วัตถุประสงค์การวิจัย เขียนอย่างไรให้ถูกต้องและชัดเจน (พร้อมตัวอย่าง)

บทนำ: หางเสือเรือที่กำหนดชะตางานวิจัยทั้งเล่ม

หากเปรียบการทำวิจัย (Research) หรือวิทยานิพนธ์ (Thesis) เป็นเหมือนการออกเรือเดินสมุทร “วัตถุประสงค์การวิจัย” (Research Objectives) ก็เปรียบเสมือน “หางเสือเรือ” และ “เข็มทิศ” ที่คอยกำหนดทิศทางว่าเรือลำนี้จะแล่นไปที่ไหน และจะไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างไร

ความผิดพลาดอันดับต้นๆ ที่ทำให้นักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกต้องรื้องานวิจัยทำใหม่ (หรือที่เรียกกันว่า “แก้เล่มจนท้อ”) มักไม่ได้เกิดจากการใช้สถิติผิดหรือพิมพ์ผิดหลักไวยากรณ์ แต่เกิดจากการตั้ง “วัตถุประสงค์การวิจัยที่คลุมเครือ” กว้างเกินไป หรือไม่สอดคล้องกับชื่อเรื่อง เมื่อจุดเริ่มต้นเบี้ยว กระบวนการที่ตามมาไม่ว่าจะเป็นการทบทวนวรรณกรรม (บทที่ 2) การสร้างแบบสอบถาม (บทที่ 3) และการสรุปผล (บทที่ 5) ก็จะรวนไปทั้งหมด

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงแก่นแท้ว่า วัตถุประสงค์การวิจัยคืออะไร? มีหลักการเขียนอย่างไรให้คมคาย ชัดเจน โดนใจคณะกรรมการ พร้อมเปิดลิสต์ “คำกริยาที่ควรใช้และห้ามใช้” ตลอดจน ตัวอย่างการเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย แบบถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้กับงานวิจัยของคุณได้อย่างมั่นใจ!


1. วัตถุประสงค์การวิจัย (Research Objectives) คืออะไร?

วัตถุประสงค์การวิจัย คือ ข้อความที่ผู้วิจัยเขียนขึ้นเพื่อระบุถึง “เป้าหมาย” หรือ “ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ” จากการทำวิจัยชิ้นนั้นๆ อย่างชัดเจนและเฉพาะเจาะจง เป็นการตอบคำถามว่า “เราทำวิจัยเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร?” และ “เราต้องการค้นหาความจริงในประเด็นไหนบ้าง?”

วัตถุประสงค์ที่ดีจะต้องถูกแปลงสภาพมาจาก “คำถามการวิจัย (Research Questions)” โดยตรง ตัวอย่างเช่น:

  • คำถามการวิจัย: ความพึงพอใจของลูกค้าส่งผลต่อการกลับมาซื้อซ้ำหรือไม่?

  • วัตถุประสงค์การวิจัย: เพื่อศึกษา อิทธิพลของความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อการกลับมาซื้อซ้ำ

ความแตกต่างระหว่าง “วัตถุประสงค์” กับ “ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ”

นี่คือจุดที่มือใหม่สับสนมากที่สุด!

  • วัตถุประสงค์การวิจัย: บอกว่าเราจะ “ทำอะไร” ในงานวิจัยนี้ (What to do) เช่น เพื่อศึกษา… เพื่อเปรียบเทียบ…

  • ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ: บอกว่าเมื่อทำวิจัยเสร็จแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ “ใครจะเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง” (Who will benefit and how) เช่น เพื่อให้ผู้บริหารนำผลการประเมินไปปรับปรุงนโยบาย… (ห้ามนำข้อความแบบนี้มาเขียนปะปนในหัวข้อวัตถุประสงค์เด็ดขาด!)


2. ทำไม “วัตถุประสงค์การวิจัย” ถึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด?

การเขียนวัตถุประสงค์ให้เป๊ะตั้งแต่แรก จะช่วยชีวิตคุณในขั้นตอนต่อๆ ไปได้อย่างมหาศาล เพราะมันคือตัวกำหนดโครงสร้างทั้งหมดของเล่มวิทยานิพนธ์ ดังนี้:

  1. กำหนดกรอบแนวคิด (Conceptual Framework): วัตถุประสงค์จะบอกว่าคุณต้องศึกษา “ตัวแปร” อะไรบ้าง หากในวัตถุประสงค์ไม่มีตัวแปรนั้น คุณก็ห้ามนำไปวาดในกรอบแนวคิด

  2. กำหนดเครื่องมือและประชากร: วัตถุประสงค์จะเป็นตัวบอกว่าคุณต้องไปเก็บข้อมูลจาก “ใคร” และต้องใช้แบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์ในการเก็บข้อมูล

  3. กำหนดสถิติที่ใช้ (Data Analysis):

    • ถ้าวัตถุประสงค์เขียนว่า “เพื่อศึกษา…” สถิติที่ใช้มักเป็น สถิติพรรณนา (ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย)

    • ถ้าวัตถุประสงค์เขียนว่า “เพื่อเปรียบเทียบ…” สถิติที่ใช้ต้องเป็น t-test หรือ ANOVA

    • ถ้าวัตถุประสงค์เขียนว่า “เพื่อหาความสัมพันธ์/อิทธิพล…” สถิติที่ใช้ต้องเป็น Correlation หรือ Regression

  4. กำหนดการสรุปผลในบทที่ 5: การสรุปผลและอภิปรายผลในบทสุดท้าย ต้องตอบคำถามให้ครบตามวัตถุประสงค์ทุกข้อเรียงตามลำดับ หากวัตถุประสงค์มี 3 ข้อ บทที่ 5 ก็ต้องมีสรุปผล 3 ประเด็นหลักเช่นกัน


3. กฎเหล็กการเขียนด้วยหลัก “SMART”

การจะเขียนวัตถุประสงค์การวิจัยให้คณะกรรมการพยักหน้ายอมรับตั้งแต่ครั้งแรกที่อ่าน ควรยึดหลักการเขียนระดับสากลที่เรียกว่า SMART Model ดังนี้:

  • S – Specific (มีความเฉพาะเจาะจง): ข้อความต้องชัดเจน ไม่กำกวม ระบุตัวแปรและประชากรเป้าหมายชัดเจน ว่าจะทำอะไร กับใคร ที่ไหน

  • M – Measurable (วัดผลได้): ต้องเป็นสิ่งที่สามารถเก็บข้อมูลมาพิสูจน์หรือวิเคราะห์เป็นตัวเลข (หรือตีความทางคุณภาพ) ได้จริง ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันหรือความเชื่อส่วนบุคคล

  • A – Achievable (สามารถทำให้สำเร็จได้): ต้องอยู่ในวิสัยที่ผู้วิจัยสามารถทำได้จริง ภายใต้ข้อจำกัดเรื่อง “เวลา” “งบประมาณ” และ “ความรู้ความสามารถ” ของตัวผู้วิจัยเอง

  • R – Relevant (มีความสอดคล้อง): วัตถุประสงค์ทุกข้อต้องสอดคล้องกับ “ชื่อเรื่องวิจัย” และ “ปัญหาการวิจัย” อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

  • T – Time-bound (มีกรอบเวลาที่ชัดเจน): แม้ในประโยคอาจจะไม่ได้ระบุเวลาตรงๆ แต่ขอบเขตของงานต้องสามารถทำให้เสร็จทันตามระยะเวลาของหลักสูตร


4. ประเภทของวัตถุประสงค์การวิจัย

ในงานวิจัยระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่มีความซับซ้อน มักจะมีการแบ่งวัตถุประสงค์ออกเป็น 2 ระดับ เพื่อให้เห็นภาพรวมและภาพย่อยที่ชัดเจน ดังนี้:

4.1 วัตถุประสงค์ทั่วไป (General Objective / Main Objective)

คือ ข้อความสรุปเป้าหมายหลักสูงสุดของงานวิจัยชิ้นนั้น มักจะมีเพียง 1 ข้อ และมีความครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด (ซึ่งส่วนใหญ่จะเขียนล้อไปกับ “ชื่อเรื่องวิจัย” เลย)

  • ตัวอย่าง: “เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาในยุคดิจิทัลของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร”

4.2 วัตถุประสงค์เฉพาะ (Specific Objectives)

คือ การนำ “วัตถุประสงค์ทั่วไป” มาแตกย่อยออกเป็นข้อๆ (มักจะมีประมาณ 2-5 ข้อ) เพื่อบอกขั้นตอนอย่างละเอียดว่า กว่าจะบรรลุเป้าหมายหลักได้นั้น ผู้วิจัยต้องทำอะไรบ้างทีละสเต็ป วัตถุประสงค์เฉพาะนี้เองที่จะถูกนำไปตั้งเป็นสมมติฐานและเลือกสถิติ

  • ตัวอย่าง:

    1. เพื่อศึกษาระดับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการของโรงเรียน…

    2. เพื่อเปรียบเทียบรูปแบบการบริหารจัดการศึกษา จำแนกตามขนาดของโรงเรียน…

    3. เพื่อหาแนวทางการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาในยุคดิจิทัล…


5. เช็กลิสต์ “คำกริยา” ที่ควรใช้ และ ห้ามใช้!

เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดในการเขียนวัตถุประสงค์คือ “การเลือกใช้คำกริยา (Verbs) ให้ถูกต้องนำหน้าประโยค” คำกริยาจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการวิจัยของคุณทั้งหมด

คำกริยาที่ “ควรใช้” (สามารถวัดผลและปฏิบัติได้จริง):

  • เพื่อศึกษา… (To study…) – ใช้สำหรับการสำรวจหรือหาข้อมูลทั่วไป

  • เพื่อสำรวจ… (To explore…) – ใช้กับงานวิจัยที่ยังไม่ค่อยมีใครทำมาก่อน

  • เพื่อเปรียบเทียบ… (To compare…) – ใช้เมื่อต้องการดูความแตกต่างระหว่างกลุ่มตัวแปร (เช่น ชาย vs หญิง)

  • เพื่อวิเคราะห์… (To analyze…) – ใช้เมื่อต้องการเจาะลึกหาองค์ประกอบหรือปัจจัย

  • เพื่อประเมิน… (To evaluate…) – ใช้ในงานวิจัยเชิงประเมินโครงการ หรือประเมินประสิทธิภาพ

  • เพื่อหาความสัมพันธ์… (To find the relationship…) – ใช้หาความเกี่ยวข้องกันของตัวแปร 2 ตัว

  • เพื่อพัฒนา… / เพื่อสร้าง… (To develop… / To create…) – ใช้ในงานวิจัยเชิงทดลอง (R&D) ที่ต้องสร้างโมเดล หรือนวัตกรรมใหม่

คำกริยาที่ “ห้ามใช้เด็ดขาด” (เป็นนามธรรม วัดผลทางสถิติไม่ได้):

  • เพื่อให้รู้… / เพื่อให้ทราบ… (คำเหล่านี้เป็นผลพลอยได้ ไม่ใช่กระบวนการทางวิชาการ)

  • เพื่อให้ตระหนักถึง… / เพื่อให้เข้าใจ… (การตระหนักรู้หรือความเข้าใจเป็นสิ่งซ่อนเร้นในจิตใจ วัดผลได้ยากมาก และมักจะเป็น “ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ” มากกว่า)

  • เพื่อแสดงให้เห็นถึง… (ดูมีอคติ เหมือนผู้วิจัยตั้งธงผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว)

  • เพื่อพิสูจน์ว่า… (คำว่าพิสูจน์มักใช้ในทางวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์หรือคณิตศาสตร์ งานวิจัยทางสังคมศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นการ “สนับสนุน” หรือ “ปฏิเสธ” สมมติฐาน มากกว่าการพิสูจน์ความจริงแท้)


6. ตัวอย่างการเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย (แบ่งตามประเภทวิจัย)

เพื่อให้เห็นภาพการนำไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม ลองดูตัวอย่างการเขียนในบริบทต่างๆ ดังนี้ครับ:

ตัวอย่างที่ 1: การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) – สายธุรกิจและการตลาด

ชื่อเรื่อง: ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการคลินิกความงามของผู้บริโภควัยทำงานในจังหวัดเชียงใหม่ วัตถุประสงค์การวิจัย:

  1. เพื่อศึกษา ระดับความสำคัญของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการ (7Ps) ของผู้บริโภควัยทำงาน… (ใช้สถิติ: ค่าเฉลี่ย, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

  2. เพื่อเปรียบเทียบ การตัดสินใจเลือกใช้บริการคลินิกความงาม จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล (เพศ, อายุ, รายได้) (ใช้สถิติ: t-test, One-way ANOVA)

  3. เพื่อวิเคราะห์อิทธิพล ของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการคลินิกความงาม… (ใช้สถิติ: Multiple Regression Analysis)

ตัวอย่างที่ 2: การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) – สายสังคมศาสตร์/รัฐประศาสนศาสตร์

ชื่อเรื่อง: กระบวนการปรับตัวและกลยุทธ์การเอาตัวรอดของวิสาหกิจชุมชนในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ: กรณีศึกษาชุมชนทอผ้าพื้นเมือง วัตถุประสงค์การวิจัย:

  1. เพื่อสำรวจ บริบทและผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจที่มีต่อวิสาหกิจชุมชนทอผ้าพื้นเมือง

  2. เพื่อวิเคราะห์ กระบวนการปรับตัวและกลยุทธ์การบริหารจัดการเพื่อความอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชน…

  3. เพื่อสังเคราะห์ รูปแบบหรือแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่วิสาหกิจชุมชนในอนาคต

(ข้อสังเกต: งานวิจัยเชิงคุณภาพจะไม่ใช้คำว่า เปรียบเทียบตัวแปร หรือ หาความสัมพันธ์เชิงสถิติ แต่จะเน้นคำว่า สำรวจ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และถอดบทเรียน)

ตัวอย่างที่ 3: การวิจัยและพัฒนา (R&D / Mixed Methods) – สายการศึกษา

ชื่อเรื่อง: การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย วัตถุประสงค์การวิจัย:

  1. เพื่อศึกษา สภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ของนักเรียน… (ขั้นตอน R&D: Research 1)

  2. เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพ ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL)… (ขั้นตอน R&D: Development 1)

  3. เพื่อทดลองใช้และประเมินผล รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ที่พัฒนาขึ้น (ขั้นตอน R&D: Research 2)


7. ข้อผิดพลาดสุดคลาสสิกที่นักศึกษามักทำพัง (Mistakes to Avoid)

ก่อนจะส่งโครงร่าง (Proposal) ให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจ ขอให้กางเช็กลิสต์เหล่านี้เพื่อตรวจทานงานตัวเองก่อนครับ:

  1. เขียนยาวเป็นเรียงความ: วัตถุประสงค์ควรเขียนเป็นข้อๆ สั้น กระชับ ตรงประเด็น ไม่ต้องมีการเกริ่นนำหรืออธิบายเหตุผลในหัวข้อนี้ (เหตุผลให้ไปเขียนในหัวข้อ ‘ที่มาและความสำคัญของปัญหา’)

  2. มีจำนวนข้อมากเกินไป: งานวิจัย ป.โท ทั่วไป ควรมีวัตถุประสงค์ประมาณ 2-4 ข้อ หากคุณมีถึง 7-8 ข้อ แปลว่าคุณกำลังทำให้ชีวิตตัวเองลำบากเกินไป และอาจทำไม่เสร็จตามกรอบเวลา

  3. วัตถุประสงค์ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง: ชื่อเรื่องบอกว่าจะทำเรื่อง A แต่ในวัตถุประสงค์ข้อ 3 กลับมีเรื่อง B และ C โผล่มา แบบนี้โดนอาจารย์ตีกลับร้อยเปอร์เซ็นต์

  4. เอาประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมาปน: (ย้ำอีกครั้ง) ห้ามเขียนว่า “เพื่อให้หน่วยงานนำไปใช้…” ลงในหัวข้อวัตถุประสงค์เด็ดขาด


บทสรุป

วัตถุประสงค์การวิจัย ไม่ใช่แค่การเขียนประโยคให้ดูสละสลวยทางวิชาการ แต่มันคือ “พันธสัญญา” ที่คุณให้ไว้กับคณะกรรมการว่าคุณจะทำสิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จ การตั้งวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เฉพาะเจาะจง วัดผลได้ และใช้คำกริยาที่ถูกต้อง จะช่วยให้กรอบแนวคิดของคุณแน่นปึ้ก การวิเคราะห์สถิติราบรื่น และช่วยให้การเขียนสรุปผลในบทที่ 5 เป็นเรื่องง่ายราวกับจับวาง

ท่องจำให้ขึ้นใจ: “วัตถุประสงค์การวิจัยที่ดี คือจุดเริ่มต้นของงานวิจัยที่เสร็จสมบูรณ์” ครับ!


💡 ให้การทำวิจัยเป็นเรื่องง่ายขึ้นกับเรา

หากคุณกำลังนั่งมองหน้าจอเปล่าๆ และยังตั้งต้นไม่ถูกว่าควรเขียน “วัตถุประสงค์การวิจัย” อย่างไรให้สอดคล้องกับชื่อเรื่อง หรือกังวลว่าวัตถุประสงค์ที่เขียนไปจะนำไปสู่การเลือกใช้สถิติที่ซับซ้อนเกินกว่าจะทำไหว ทางทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ ddthesis.co.th / thesisdd.com พร้อมเป็นที่ปรึกษาและผู้ช่วยส่วนตัวของคุณครับ!

เรามีประสบการณ์ในการช่วยนักศึกษาตั้งแต่การวางรากฐานโครงร่างงานวิจัย (Proposal) การเกลาวัตถุประสงค์ให้คมคายและตรงใจคณะกรรมการ ไปจนถึงการช่วยออกแบบเครื่องมือวิจัยและวิเคราะห์สถิติที่ตอบโจทย์วัตถุประสงค์แบบเป๊ะๆ ทักมาพูดคุย ปรึกษาแนวทาง หรือส่งหัวข้อของคุณมาให้เราประเมินเบื้องต้นได้เลยครับ… ให้การทำ Thesis ที่แสนปวดหัว กลายเป็นเรื่องง่ายที่คุณจัดการได้ไปพร้อมกับเรา!

บทความล่าสุด

DD RESEARCH

ผู้นำด้านการให้คำปรึกษาและสอนการทำวิจัยในทุกระดับ

ติดต่อสอบถาม : 080 5639991